ศูนย์ข่าวเทคนิคการแพทย์
ข่าวสารในแวดวงเทคนิคการแพทย์ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2549
จี้ปฏิรูปวิชาชีพ ให้รู้จริง-รู้ลึก-ทำได้-ทำจริง
 
 

      สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องปัญหาวิชาชีพ ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ในระยะนี้บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความวิตกกังวล ในการประกอบวิชาชีพ มองไม่เห็นอนาคต มองไม่เห็นความก้าวหน้า ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งขาดความภาคภูมิใจในวิชาชีพ ถึงกับแนะนำนักเรียนมัธยมไม่ให้เลือกเรียนคณะนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้องค์กรวิชาชีพเข้ามาดูแลแก้ปัญหาต่างๆ ให้นั้น

       เทคนิคการแพทย์อาวุโสท่านหนึ่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าว e-MedTecH ว่า ปัญหาวิชาชีพเวลานี้ เป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน จะให้แก้ไขให้สำเร็จภายในพริบตาคงไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน จะโยนปัญหาทั้งหมดไปที่องค์กรวิชาชีพคงไม่ได้ หากแต่จะต้องเริ่มที่ ตัวเทคนิคการแพทย์เองก่อน อย่างน้อย ก็ต้องเริ่มจากความภาคภูมิใจในตัวเอง มองว่าตัวเองมีคุณค่าที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาชีพนี้ ขณะเดียวกัน ก็อย่านั่งงอมืองอเท้ารอให้คนอื่นช่วยเหลือ แต่จะต้องช่วยเหลือตัวเองโดยแสวงหาลู่ทางใหม่ๆ ในการประกอบวิชาชีพของตนด้วย ซึ่งปัจจุบันก็มีช่องทางให้เลือกมากมาย บางคนไปผูกติด ยึดติดว่าชีวิตนี้จะต้องเป็นข้าราชการในโรงพยาบาลให้ได้ พอเกิดปัญหาตำแหน่งงานขึ้นมา ก็กลายเป็นว่าไม่มีทางออก ทั้งที่ความจริง ยังมีงานในส่วนอื่นๆ รองรับอยู่อีกมาก หรือจะออกไปประกอบอาชีพอิสระก็ยังได้ ที่สำคัญ ต้องถามตัวเองให้แน่ใจก่อนว่า มีความรู้พอที่จะใช้ทำมาหากินหรือยัง เคยเปิดโอกาสให้ตัวเองบ้างหรือยัง ถ้าคำตอบคือไม่ ก็คงต้องเร่งพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพสูงขึ้น ปัจจุบันนี้เราพบอยู่บ่อยๆ ว่า เด็กจบใหม่ ไม่แกร่งพอที่จะทำงาน ไม่กล้าพอที่จะเผชิญปัญหา หรือความเหนื่อยาก หรือตั้งเงื่อนไขในการทำงานมากมาย จนยากที่จะหาแหล่งงานในฝันทำได้ ทำให้มีเสียงบ่น วิพากษ์วิจารณ์วิชาชีพในแง่ลบตามมา

       เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีรายงานข่าวว่า มีผู้แสดงความเห็นผ่านเว็บบอร์ดศูนย์ข่าว e-MedTecH ว่า วิชาชีพเทคนิคการแพทย์จะไม่น่าเรียน ไม่น่าทำงาน ไม่เห็นอนาคต หากยังเป็นไปอย่างในรูปการณ์ปัจจุบัน พร้อมทั้งเสนอทางออกเพื่อให้ เทคนิคการแพทย์รักวิชาชีพของตนมากขึ้น โดยช่วยกันปฏิรูป วิชาชีพ เทคนิคการแพทย์ใหม่ ใน 2 เป้าหมาย คือ เป้าหมายแรก เทคนิคการแพทย์จะต้องรู้จริง รู้ลึกในอาชีพของตนอย่างแท้จริง ถามอะไรเกี่ยวกับแล็บ ก็ต้องสามารถตอบได้ มีหลักการใหม่ ๆ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นพัฒนาการของ การทดสอบ รวมทั้งเครื่องมือวิเคราะห์ ก็จะต้องทราบ ส่วนเป้าหมายที่สองนั้น เมื่อรู้จริง รู้ลึกในเรื่องวิชาการแล้ว ก็จะต้องทำได้ ทำจริง ในอาชีพของตน อย่าได้พึ่งพาต่างชาติมากมายนัก และตั้งคำถามว่า ในอดีตไม่มีน้ำยา kit ขายเลย แต่เขาทำแล็บในโรงพยาบาลกันได้อย่างไร ถ้าปัจจุบันไม่มี reagent kit จากต่างชาติ คงต้องปิดแล็บกันใช่ไหม หรือเราสิ้นคิด สิ้นฝีมือกันแล้ว เรามีการวางแผนระยะยาวที่จะพึ่งพาตนเองอย่างพอเพียงหรือไม่ ผู้ผลิต kit ที่ปรากฎเป็นข่าวตามสื่อ ก็เป็นคนวิชาชีพอื่นเป็นส่วนใหญ่ หรือเทคนิคการแพทย์จะเป็นแต่เพียงผู้ใช้ ที่คอยใช้ คอยกดปุ่มลูกเดียว แม้ขณะกดปุ่มยังไม่สนใจ know what happen เชิงลึกของความรู้ เลยไม่รู้ถูกรู้ผิด สุดท้าก็มีปัญหา error แก้ไขก็ไม่เป็น เมื่อเป็นเช่นนี้ เทคนิคการแพทย์ไทยจะเป็น Analyser Man ที่มีคุณภาพ เป็น Lab Leader ที่มีความสามารถในเชิงรุกสู่ความก้าวหน้า และเป็นผู้นำอย่างชนชาติอื่นๆ อย่างเช่น ญี่ปุน จีน ได้อย่างไร อีกหน่อยเราคงซื้อผลิตภัณฑ์แล็บจาก เวียตนาม อินเดีย เกาหลี เพราะถูกกว่าที่จะนำเข้าจากยุโรป และอเมริกา

       อย่างไรก็ตาม เรื่องการพัฒนาขีดความสามารถและสมรรถนะของเทคนิคการแพทย์ เพื่อให้ได้ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณภาพออกสู่สังคมนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.รัชนา ศานติยานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาวิชาการ ได้เสนอร่าง competency ของเทคนิคการแพทย์ให้คณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ พิจารณา ในการประชุมสภาเทคนิคการแพทย์ วันที่ 25 กค.2549 ที่ผ่านมา โดยหลักเกณฑ์ที่กำหนดนี้ใช้สำหรับผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ ซึ่งกำหนด Core Competency ในเรื่องการมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จว่า จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่และ/หรือ งานที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างเต็มความสามารถ โดยใช้ความรู้ ทักษะ ประกอบกับกระบวนการแก้ปัญหาและตัดสินใจในการดำเนินการเพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ สามารถทำงานแบบมีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาประยุกต์ใขช้ให้เกิดประโยชน์ ครองตนและประพฤติตนถูกต้อง เหมาะสมทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม รวมทั้งมีความสามารถและทักษะ ในการให้ข้อมูลข่าวสารของการให้บริการ ทางเทคนิคการแพทย์ และความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้อง และชัดเจนแก่ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และสืบค้นข้อมูลและความรู้ ขณะเดียวกันก็ต้องความคิดสร้างสรรค์ ปรับปรุงงานและพัฒนาแนวทางที่ดีกว่าอย่างต่อเนื่อง ตื่นตัวในการพัฒนาตนเองและสนับสนุนการพัฒนาของผู้อื่น และจะต้องมีทักษะด้านวิจัย มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ หรือนำความรู้ที่มีอยู่เดิมมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานในหน้าที่ ได้ด้วย

        สำหรับในส่วน Functional Competency ก็จะต้องมีความสามารถในการเก็บสิ่งส่งตรวจ ความสามารถในการวิเคราะห์ การตรวจสอบความถูกต้อง (Verification and Validation) การควบคุมคุณภาพ การแปลผลการวิเคราะห์ (Interpretation) รวมถึงการให้คำแนะนำ ตลอดจนการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์และผลการวิเคราะห์ ประเมินวิธีการและเทคนิคใหม่สำหรับการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ สามารถแก้ไขปัญหาและตัดสินใจเชิงวิเคราะห์ มีสมรรถนะในการฝึกสอนผู้อื่น (Teaching and Training) ตลอดจนการให้คำแนะนำ กำกับดูแล (Supervision) เข้าใจหลักการบริหารจัดการและการบริหารคุณภาพ สามารถนำมาประยุกต์ให้ในการปฏิบัติงานได้ มีการคิดเชิงระบบ (Systemic thinking) และการคิดเชิงวิจารณญาณ (Critical thinking) มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงพอ ที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติงานและ/หรือพัฒนาตนเอง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานข่าวว่า ร่างสมรรถนะดังกล่าวมีข้อสรุปสุดท้ายเป็นอย่างไร หรือนำไปใช้อย่างไร ภายหลังที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เมื่อหลายเดือนก่อนมาแล้ว


 

 

กลับไปหน้าหลัก