ข่าวสารในแวดวงเทคนิคการแพทย์ วันอังคารที่ 26 ธันวาคม 2549
ร่างสมรรถนะเทคนิคการแพทย์ยังไม่คืบหน้า
 
 

      ตามที่ รศ.ดร.รัชนา ศานติยานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาวิชาการ ได้เสนอร่างสมรรถนะ หรือ competency ของเทคนิคการแพทย์ให้คณะกรรมการ สภาเทคนิคการแพทย์ พิจารณา ในการประชุมสภาเทคนิคการแพทย์ วันที่ 25 กค.2549 ที่ผ่านมา และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เมื่อหลายเดือนก่อนตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

      แหล่งข่าวจากสภาเทคนิคการแพทย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างสมรรถนะดังกล่าว ยังอยู่ที่อนุกรรมการพัฒนาวิชาการ ยังไม่ได้นำกลับมาให้สภาเทคนิคการแพทย์พิจารณา และยังไม่มีการส่งต่อไปยังสภาคณบดีสถาบันผู้ผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ เพื่อประกาศใช้อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ขณะที่ก่อนหน้านี้มีเสียง วิพากษ์วิจารณ์ ถึงคุณภาพบัณฑิตที่จบใหม่ ว่าเปราะบาง ไม่สู้งาน และความรู้ทางวิชาการไม่แน่นพอ ปรากฎในเว็บบอร์ดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

      สำหรับร่างสมรรถนะนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจะใช้สำหรับผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ ซึ่งกำหนด Core Competency ในเรื่องการมุ่งมั่น สู่ความสำเร็จว่า จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่และ/หรือ งานที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างเต็มความสามารถ โดยใช้ความรู้ ทักษะ ประกอบกับกระบวนการแก้ปัญหาและตัดสินใจในการดำเนินการเพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ สามารถทำงานแบบมีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาประยุกต์ใขช้ให้เกิดประโยชน์ ครองตนและประพฤติตนถูกต้อง เหมาะสมทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม รวมทั้งมีความสามารถและทักษะ ในการให้ข้อมูลข่าวสารของการให้บริการ ทางเทคนิคการแพทย์ และความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้อง และชัดเจนแก่ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และสืบค้นข้อมูลและความรู้ ขณะเดียวกันก็ต้องความคิดสร้างสรรค์ ปรับปรุงงานและพัฒนาแนวทางที่ดีกว่าอย่างต่อเนื่อง ตื่นตัวในการพัฒนาตนเองและสนับสนุนการพัฒนาของผู้อื่น และจะต้องมีทักษะด้านวิจัย มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ หรือนำความรู้ที่มีอยู่เดิมมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานในหน้าที่ ได้ด้วย

      นอกจากนี้ ทางด้าน Functional Competency ก็จะต้องมีความสามารถในการเก็บสิ่งส่งตรวจ ความสามารถในการวิเคราะห์ การตรวจสอบความถูกต้อง (Verification and Validation) การควบคุมคุณภาพ การแปลผลการวิเคราะห์ (Interpretation) รวมถึงการให้คำแนะนำ ตลอดจนการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์และผลการวิเคราะห์ ประเมินวิธีการและเทคนิคใหม่สำหรับการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ สามารถแก้ไขปัญหาและตัดสินใจเชิงวิเคราะห์ มีสมรรถนะในการฝึกสอนผู้อื่น (Teaching and Training) ตลอดจนการให้คำแนะนำ กำกับดูแล (Supervision) เข้าใจหลักการบริหารจัดการและการบริหารคุณภาพ สามารถนำมาประยุกต์ให้ในการปฏิบัติงานได้ มีการคิดเชิงระบบ (Systemic thinking) และการคิดเชิงวิจารณญาณ (Critical thinking) มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงพอ ที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติงานและ/หรือพัฒนาตนเอง

      ในส่วน competency สำหรับนักเทคนิคการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ซึ่งที่ประชุมสภา เห็นว่าควรมีการแบ่งระดับสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ นั้น ยังไม่มีรายงานข่าวว่า อนุกรรมการพัฒนาวิชาการได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปอย่างไรแล้วบ้าง


  

 

กลับไปหน้าหลัก