|
ตามที่ รศ.ดร.รัชนา
ศานติยานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาวิชาการ ได้เสนอร่างสมรรถนะ หรือ
competency ของเทคนิคการแพทย์ให้คณะกรรมการ สภาเทคนิคการแพทย์ พิจารณา
ในการประชุมสภาเทคนิคการแพทย์ วันที่ 25 กค.2549 ที่ผ่านมา และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมแสดงความคิดเห็น
เมื่อหลายเดือนก่อนตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
แหล่งข่าวจากสภาเทคนิคการแพทย์
เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างสมรรถนะดังกล่าว ยังอยู่ที่อนุกรรมการพัฒนาวิชาการ
ยังไม่ได้นำกลับมาให้สภาเทคนิคการแพทย์พิจารณา และยังไม่มีการส่งต่อไปยังสภาคณบดีสถาบันผู้ผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์
เพื่อประกาศใช้อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ขณะที่ก่อนหน้านี้มีเสียง
วิพากษ์วิจารณ์ ถึงคุณภาพบัณฑิตที่จบใหม่ ว่าเปราะบาง ไม่สู้งาน และความรู้ทางวิชาการไม่แน่นพอ
ปรากฎในเว็บบอร์ดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
สำหรับร่างสมรรถนะนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจะใช้สำหรับผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรเทคนิคการแพทย์
ซึ่งกำหนด Core Competency ในเรื่องการมุ่งมั่น สู่ความสำเร็จว่า จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่และ/หรือ
งานที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างเต็มความสามารถ
โดยใช้ความรู้ ทักษะ ประกอบกับกระบวนการแก้ปัญหาและตัดสินใจในการดำเนินการเพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ
สามารถทำงานแบบมีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาประยุกต์ใขช้ให้เกิดประโยชน์
ครองตนและประพฤติตนถูกต้อง เหมาะสมทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
รวมทั้งมีความสามารถและทักษะ ในการให้ข้อมูลข่าวสารของการให้บริการ
ทางเทคนิคการแพทย์ และความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้อง และชัดเจนแก่ผู้เกี่ยวข้อง
ตลอดจนความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และสืบค้นข้อมูลและความรู้
ขณะเดียวกันก็ต้องความคิดสร้างสรรค์ ปรับปรุงงานและพัฒนาแนวทางที่ดีกว่าอย่างต่อเนื่อง
ตื่นตัวในการพัฒนาตนเองและสนับสนุนการพัฒนาของผู้อื่น และจะต้องมีทักษะด้านวิจัย
มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ หรือนำความรู้ที่มีอยู่เดิมมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานในหน้าที่
ได้ด้วย
นอกจากนี้ ทางด้าน Functional
Competency ก็จะต้องมีความสามารถในการเก็บสิ่งส่งตรวจ ความสามารถในการวิเคราะห์
การตรวจสอบความถูกต้อง (Verification and Validation) การควบคุมคุณภาพ
การแปลผลการวิเคราะห์ (Interpretation) รวมถึงการให้คำแนะนำ ตลอดจนการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์และผลการวิเคราะห์
ประเมินวิธีการและเทคนิคใหม่สำหรับการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
สามารถแก้ไขปัญหาและตัดสินใจเชิงวิเคราะห์ มีสมรรถนะในการฝึกสอนผู้อื่น
(Teaching and Training) ตลอดจนการให้คำแนะนำ กำกับดูแล (Supervision)
เข้าใจหลักการบริหารจัดการและการบริหารคุณภาพ สามารถนำมาประยุกต์ให้ในการปฏิบัติงานได้
มีการคิดเชิงระบบ (Systemic thinking) และการคิดเชิงวิจารณญาณ (Critical
thinking) มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงพอ ที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติงานและ/หรือพัฒนาตนเอง
ในส่วน competency
สำหรับนักเทคนิคการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ซึ่งที่ประชุมสภา
เห็นว่าควรมีการแบ่งระดับสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ
และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ นั้น ยังไม่มีรายงานข่าวว่า อนุกรรมการพัฒนาวิชาการได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปอย่างไรแล้วบ้าง
|