ข่าวสารในแวดวงเทคนิคการแพทย์ วันอังคารที่ 2 มกราคม 2550
สภาฯขอให้ สธ.นับเวลาเกื้อกูลสำหรับ จพว.ที่เปลี่ยนตำแหน่งเป็น ทนพ.
 
 

       จากกรณีที่เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ (จพว.) ที่ศึกษาต่อหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ (ทนพ.) เสนอปัญหาการถูกลดเงินเดือนและลดระดับลง เมื่อจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักเทคนิคการแพทย์ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมี จพว. ที่สำเร็จการศึกษาและต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งประมาณ 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 6 จะต้องเข้าข่ายถูกลดเงินเดือนและลดระดับลงด้วย พร้อมทั้งเสนอให้สภาเทคนิคการแพทย์ ช่วยผลักดันให้แนวทางการเปลี่ยนตำแหน่งจาก จพว.เป็น ทนพ. เหมือนกับพยาบาลเทคนิคที่ปรับตำแหน่งเป็นพยาบาลวิชาชีพได้ โดยไม่ต้องถูกลดขั้นและระดับ โดยการอาศัยคุณสมบัติในการนับเวลาเกื้อกูล ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับ จพว.ที่เหน็ดเหนื่อยรับใช้ระบบราชการมาถึง 10-20 ปี และอุตส่าห์เจียดเงินตัวเองไปเพิ่มพูนความรู้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการศึกษา ตามหลักสูตรค่อนข้างสูง ซึ่งที่ผ่านมามีผู้สำเร็จการศึกษาตามโครงการของคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้วถึง 4 รุ่น เฉลี่ยนรุ่นละ 50-55 คน ส่วนรุ่นที่ 5 กำลังจะสำเร็จการศึกษาในเร็วๆ นี้เช่นกัน

      ทนพญ.คมเนตร เตียงพิทยากร กรรมการสภาเทคนิคการแพทย์เปิดเผยว่า ปัญหาการถูกลดขั้นเงินเดือนและระดับของ จพว.ที่จบหลักสูตร ทนพ.นี้ เคยมีผู้ยื่นหนังสือผ่าน รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ กรรมการสภาฯ และอดีตคณบดี คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อต้นปี 2549 แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่ง รศ.ยุพา ได้นำเสนอให้ที่ประชุม คณะอนุกรรมการการประกอบวิชาชีพ สภาเทคนิคการแพทย์พิจารณาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2549 ซึ่งที่ประชุมมีมติให้นำเสนอกรรมการสภาฯ เพื่อพิจารณานำเสนอ กระทรวงสาธารณสุข โดยให้เหตุผลในลักษณะเดียวกับที่สภาการพยาบาลดำเนินการมาแล้ว

      ทนพญ. คมเนตร เปิดเผยอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 23 สค.49 เลขาธิการสภาเทคนิคการแพทย์ ได้แจ้งต่อกก.สภาเทคนิคการแพทย์ว่า ได้ส่งหนังสือเรื่องนี้ให้กองการเจ้าหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุขแล้ว โดยขอให้พิจารณานับเวลาเกื้อกูลสำหรับเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่เปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักเทคนิคการแพทย์ เช่นเดียวกับตำแหน่งพยาบาลเทคนิค ซึ่งสามารถนับระยะเวลาเกื้อกูลได้ โดยไม่ต้องถูกลดขั้นเงินเดือนและระดับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหนังสือตอบกลับจากกระทรวงว่า ได้พิจารณาเรื่องนี้ไปอย่างไร ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอให้ทราบต่อไป

        สำหรับพยาบาลเทคนิค เมื่อเรียนต่อยอดแล้วได้ปรับเป็นพยาบาลวิชาชีพ โดยไม่ถูกลดขั้นเงินเดือนและระดับนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อหลายปีก่อน รัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดการผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับการขยายบริการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่นเพิ่มขึ้น กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำหลักสูตรพยาบาลและผดุงครรภ์ (ระดับต้น) โดยมีระยะเวลาในการศึกษา 2 ปี เริ่มรุ่นแรกเมื่อปี 2523 และบรรจุให้รับราชการในตำแหน่งพยาบาลเทคนิคไปพลางก่อน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านพยาบาล แต่กระทรวงเห็นว่าพยาบาลเทคนิคเหล่านั้น สมควรได้รับการพัฒนาและเพิ่มเติมความรู้ รวมทั้งได้รับการยกฐานะให้เป็นพยาบาลวิชาชีพ จึงเสนอให้ กพ.พิจารณา ที่ประชุม ก.พ. ได้พิจารณาเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง และเห็นตรงกันว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนนั้น ควรต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ และได้รับการฝึกฝนในระดับดี พยาบาลเทคนิคในปัจจุบัน จึงได้รับการส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาวิทยฐานะและความรู้ความสามารถ โดยให้ได้รับการศึกษาต่อในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ (หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี) วุฒิปริญญาตรีทางการพยาบาล และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสาขาพยาบาลหรือสาขาการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จากสภาการพยาบาล และที่ประชุม ก.พ. ได้เห็นชอบให้กำหนดตำแหน่งพยาบาลเทคนิค 2-4 หรือ 5 หรือ 6 เป็นตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 3-5 หรือ 6 ว หรือ 7 วช และยกเว้นให้ไม่ต้องนำตำแหน่งว่างมายุบรวม สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ส่วนผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาให้ทยอยปรับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นปี ๆ ไป โดยพยาบาลเทคนิคที่เรียนจบแล้วมีจำนวน 2,890 ตำแหน่ง และอยู่ระหว่างการศึกษาอีกจำนวน 6,197 ตำแหน่ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้รับการปรับเปลี่ยนตามเกณฑ์ที่กำหนด


  

 

กลับไปหน้าหลัก