|
จากกรณีที่เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์
(จพว.) ที่ศึกษาต่อหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ (ทนพ.) เสนอปัญหาการถูกลดเงินเดือนและลดระดับลง
เมื่อจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักเทคนิคการแพทย์ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมี
จพว. ที่สำเร็จการศึกษาและต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งประมาณ 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับ
6 จะต้องเข้าข่ายถูกลดเงินเดือนและลดระดับลงด้วย พร้อมทั้งเสนอให้สภาเทคนิคการแพทย์
ช่วยผลักดันให้แนวทางการเปลี่ยนตำแหน่งจาก จพว.เป็น ทนพ. เหมือนกับพยาบาลเทคนิคที่ปรับตำแหน่งเป็นพยาบาลวิชาชีพได้
โดยไม่ต้องถูกลดขั้นและระดับ โดยการอาศัยคุณสมบัติในการนับเวลาเกื้อกูล
ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับ จพว.ที่เหน็ดเหนื่อยรับใช้ระบบราชการมาถึง
10-20 ปี และอุตส่าห์เจียดเงินตัวเองไปเพิ่มพูนความรู้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ตามหลักสูตรค่อนข้างสูง ซึ่งที่ผ่านมามีผู้สำเร็จการศึกษาตามโครงการของคณะเทคนิคการแพทย์
มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้วถึง 4 รุ่น เฉลี่ยนรุ่นละ 50-55 คน ส่วนรุ่นที่
5 กำลังจะสำเร็จการศึกษาในเร็วๆ นี้เช่นกัน
ทนพญ.คมเนตร
เตียงพิทยากร กรรมการสภาเทคนิคการแพทย์เปิดเผยว่า ปัญหาการถูกลดขั้นเงินเดือนและระดับของ
จพว.ที่จบหลักสูตร ทนพ.นี้ เคยมีผู้ยื่นหนังสือผ่าน รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ
กรรมการสภาฯ และอดีตคณบดี คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อต้นปี
2549 แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่ง รศ.ยุพา ได้นำเสนอให้ที่ประชุม คณะอนุกรรมการการประกอบวิชาชีพ
สภาเทคนิคการแพทย์พิจารณาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2549 ซึ่งที่ประชุมมีมติให้นำเสนอกรรมการสภาฯ
เพื่อพิจารณานำเสนอ กระทรวงสาธารณสุข โดยให้เหตุผลในลักษณะเดียวกับที่สภาการพยาบาลดำเนินการมาแล้ว
ทนพญ. คมเนตร
เปิดเผยอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 23 สค.49 เลขาธิการสภาเทคนิคการแพทย์
ได้แจ้งต่อกก.สภาเทคนิคการแพทย์ว่า ได้ส่งหนังสือเรื่องนี้ให้กองการเจ้าหน้าที่
กระทรวงสาธารณสุขแล้ว โดยขอให้พิจารณานับเวลาเกื้อกูลสำหรับเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์
ที่เปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักเทคนิคการแพทย์ เช่นเดียวกับตำแหน่งพยาบาลเทคนิค
ซึ่งสามารถนับระยะเวลาเกื้อกูลได้ โดยไม่ต้องถูกลดขั้นเงินเดือนและระดับ
ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหนังสือตอบกลับจากกระทรวงว่า ได้พิจารณาเรื่องนี้ไปอย่างไร
ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอให้ทราบต่อไป
สำหรับพยาบาลเทคนิค
เมื่อเรียนต่อยอดแล้วได้ปรับเป็นพยาบาลวิชาชีพ โดยไม่ถูกลดขั้นเงินเดือนและระดับนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อหลายปีก่อน รัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดการผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับการขยายบริการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำหลักสูตรพยาบาลและผดุงครรภ์ (ระดับต้น) โดยมีระยะเวลาในการศึกษา
2 ปี เริ่มรุ่นแรกเมื่อปี 2523 และบรรจุให้รับราชการในตำแหน่งพยาบาลเทคนิคไปพลางก่อน
เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านพยาบาล แต่กระทรวงเห็นว่าพยาบาลเทคนิคเหล่านั้น
สมควรได้รับการพัฒนาและเพิ่มเติมความรู้ รวมทั้งได้รับการยกฐานะให้เป็นพยาบาลวิชาชีพ
จึงเสนอให้ กพ.พิจารณา ที่ประชุม ก.พ. ได้พิจารณาเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง
และเห็นตรงกันว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนนั้น
ควรต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ และได้รับการฝึกฝนในระดับดี
พยาบาลเทคนิคในปัจจุบัน จึงได้รับการส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาวิทยฐานะและความรู้ความสามารถ
โดยให้ได้รับการศึกษาต่อในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ (หลักสูตรต่อเนื่อง
2 ปี) วุฒิปริญญาตรีทางการพยาบาล และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสาขาพยาบาลหรือสาขาการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง
จากสภาการพยาบาล และที่ประชุม ก.พ. ได้เห็นชอบให้กำหนดตำแหน่งพยาบาลเทคนิค
2-4 หรือ 5 หรือ 6 เป็นตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 3-5 หรือ 6 ว หรือ 7 วช
และยกเว้นให้ไม่ต้องนำตำแหน่งว่างมายุบรวม สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว
ส่วนผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาให้ทยอยปรับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นปี ๆ
ไป โดยพยาบาลเทคนิคที่เรียนจบแล้วมีจำนวน 2,890 ตำแหน่ง และอยู่ระหว่างการศึกษาอีกจำนวน
6,197 ตำแหน่ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้รับการปรับเปลี่ยนตามเกณฑ์ที่กำหนด
|