|
ผู้สื่อข่าว
e-MedTecH เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 10 กพ. ที่ผ่านมา มีผู้ตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดศูนย์ข่าวฯ
โดยนำประเด็นที่เจ้าพนักงานรังสี ที่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักรังสีโดยอาศัยเครื่องมือที่มีอยู่
มาตั้งคำถามถามสภาเทคนิคการแพทย์ว่าได้ทำอะไรบ้าง เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์
ที่ไปศึกษาต่อเทคนิคการแพทย์ โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับเจ้าพนักงานรังสีนี้
เนื่องจากมีผู้แสดงความเห็นเรื่องนี้ไว้ก่อนหน้านี้พอสมควร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ภายหลังการตั้งกระทู้ได้มีผู้เข้ามาตอบกระทู้ดังกล่าวว่า การเปลี่ยนตำแหน่งจากเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์เป็นนักเทคนิคการแพทย์
เมื่อเรียนจบแล้ว ด้วยระบบที่มีอยู่ ก็สามารถเปลี่ยนได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปอ้างเรื่องเครื่องมือ
และเปลี่ยนได้มาเป็นสิบๆปีเป็นหลายร้อยคนแล้ว ตั้งแต่มีการเปิดให้เรียนต่อ
ไม่มีตกค้าง เพียงแต่ว่า ถ้าเลขที่ตำแหน่งเดิมของตนเอง ไม่มีเลขห้อยท้าย
ก็ให้ไปหาคนที่มีเลขห้อยท้ายมาแลกกัน ซึ่งในที่สุด ก็ปรับได้ทุกคน
อาจช้าไปบ้างบางคน ถ้าจะปรับระบบเดิมที่ใช้กันอยู่ ให้มองของสภาพยาบาลที่มีเลขห้อยท้ายทุกคน
แต่เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์มีเลขห้อยท้ายบางคน ก็ต้องใช้วิธีแลกไปแลกมาซึ่งในที่สุด
ก็แลกได้
ผู้ตอบกระทู้คนเดิม
ยังกล่าวถึงประเด็นคำถามที่ว่าสภาเทคนิคทำอะไรบ้าง ว่าสภาฯ มีกรรมการ
24 คน ทำอะไรมากมาย ถ้าไม่รู้ ให้อ่านที่เว็บไซต์สภาฯ อ่านจุลสารสภาฯ
หรือถามเพื่อนๆที่รู้ ถ้ายังไม่มีคนรู้ ให้ถามตัวเองว่า ไปอยู่ที่ไหนมาตลอด1-2ปีที่ผ่านมาเราเพิ่งมีสภาฯ
1-2 ปี เท่านั้น ไม่ได้เกิดมานานเหมือนแพทย์ เหมือนพยาบาล สภาฯ มีทั้งเว็บไซต์
มีทั้งจุลสาร มีการแสดงผลงานในงานประชุมสมาคมปีที่แล้ว หรือไปที่กูเกิ้ล
พิมพ์คำว่าสภาเทคนิคการแพทย์ หรือ เทคนิคการแพทย์ ก็จะรู้อีกมากมาย
และยังกล่าวต่อด้วยว่า หน้าที่ของสมาชิกสภาที่ดี ไม่ควรเอาแต่พูด หรือเอาแต่ตำหนิคนทำงาน
ถ้าจะให้เทคนิคการแพทย์เจริญก้าวหน้า อย่างรวดเร็ว แบบก้าวกระโดด ทุกคนพึงช่วยเหลือกัน
ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน กรรมการสภาฯ เพียง 24 คน คงไม่ใช่ผู้วิเศษ
ถ้าสมาชิกอีก8,000 กว่าคน ทำตัวเป็นผู้พูด ผู้ตำหนิ ผู้บั่นทอนกำลังใจคนทำงาน
จะแสดงความคิดเห็นอะไรสักเรื่องหนึ่ง ก็จะแว้งมากระทบสภาฯ ทุกครั้ง
ความรู้สึกของคนทำงานไม่ได้นั่งเฉยๆ นอกจากใช้เวลามากแล้ว แย่งเวลาส่วนตัวและเวลาครอบครัวไปหมด
ใช้เงินตัวเองด้วย ใครที่ทำงานกิจกรรมต่างๆในองค์กรจะรู้ดี บางเรื่องก็ไม่มีที่ให้เบิก
หรือถ้ารอเบิก อาจจะช้า ไม่ทันการ ก็จ่ายไปเลย เพื่อให้งานเดินได้ดี
ผู้ตอบกระทู้กล่าว
ผู้ตอบกระทู้คนเดิม
ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ทุกวันนี้ คณะทำงาน เหมือนดั่งเป็นทาส ทำเสร็จเรื่องหนึ่ง
จะมีสมาชิกมาตัดสินว่า ยังไม่ดี ทำไมไม่ทำตรงนั้นอีก ตรงนี้อีก ทุกครั้งที่มีสมาชิกออกมาพูดวิพากษ์วิจารณ์
เหมือนคณะทำงานโดนเฆี่ยนตีทุกวัน สมาชิกทั้งหลาย ลองคิดดูว่า ในองค์กร
มีกรรมการบริหารองค์กรทำกันอยู่ไม่กี่คน ที่เหลือ ทำตนเป็นคนตัดสินว่า
กรรมการบริหารสอบตก ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้อีก เจ้าหน้าที่องค์กรคนอื่นๆทำตัวเป็นผู้พูด
ไม่ช่วยคนละไม้คนละมือ องค์กรจะพัฒนาได้อย่างไร พร้อมทั้งกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า
ถ้าในบ้านในครอบครัว พ่อแม่เป็นผู้ทำทุกอย่าง สายตัวแทบขาด ทั้งหาเงิน
ทั้งสร้างชื่อเสียง ทั้งดูแลส่งเสริมลูกๆ ดูแลอย่าให้ลูกๆ ทะเลาะกันเอง
อย่าไปทะเลาะกับเพื่อนบ้าน สอนให้ลูกทำตัวเป็นคนดี มีประโยชน์ต่อสังคม
เสร็จแล้ว ลูกๆทั้งหลาย ก็ลุกขึ้นมาพูดว่า พ่อแม่ไม่ได้ทำอะไร ทำไมไม่ทำอย่างนั้นไม่ทำอย่างนี้
ทำไมข้างบ้านเขารวยกว่า เขามีอะไรต่อมิอะไรมากกว่า ทำไมลูกซวยที่เกิดมาในครอบครัวอัปยศนี้
ท่านคิดดูเถิด ครอบครัวอย่างนี้ พ่อแม่จะเอากำลังใจที่ไหนมาทำงาน
"ถ้าสมาชิกสภาฯ
8,000 กว่าชีวิต พูดพร้อมๆกันว่า เราอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ อยากมีความภาคภูมิใจในวิชาชีพของเราเอง
อยากมีหน้ามีตา อยากรวย อยากฯลฯ เหมือนข้างบ้านที่ชื่อว่า แพทย์ พยาบาลฯ
สมาชิกควรหันหน้าเข้าหากัน รวมพลังช่วยเหลือกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ช่วยกันคนละไม้คนละมือ หยุดการพูดบั่นทอนจิตใจ หยุดการวิพากษ์ วิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์
มายอมเหนื่อยด้วยกันทั้ง 8,000 กว่าชีวิต สัก 4-5 ปี รับรองว่า วิชาชีพเจริญแน่นอน
ผู้ตอบกระทู้คนเดิมกล่าวทิ้งท้าย
อนึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า
ผู้ตอบกระทู้คนดังกล่าว น่าจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสภาเทคนิคการแพทย์
หรืออาจเป็นกรรมการสภาฯ คนใดคนหนึ่ง ที่ออกมาให้ความเห็นก็เป็นได้
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดสภาเทคนิคการแพทย์ว่า
ก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ในสภาฯ บางคนแสดงความรู้สึกไม่สบายใจ ที่ศูนย์ข่าว
e-MedTecH เผยแพร่บทวิจารณ์เรื่องการจัดงาน 50 ปีเทคนิคการแพทย์ไทย
ที่เขียนโดยผู้ใช้นามว่า กรวดแกร่ง ณ ธารกร้าว โดยระบุว่าบทวิจารณ์ดังกล่าว
ทำให้เกิดภาพลบต่อสภาฯ และเขียนขึ้นอย่างขาดข้อมูลรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าสภาฯ
ไม่ได้เป็นต้นคิดในการจัดกิจกรรมดังกล่าว ทั้งๆ ที่สภาฯ เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้มาโดยตลอด
เพียงแต่ไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบอย่างทั่วถึง ซึ่งอาจจะมีการเชื่อมโยงและนำไปตอบโต้ในการตอบกระทู้ก็เป็นได้
|