วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550
สภาเทคนิคการแพทย์ หวังผลในทางปฏิบัติอย่างไรกับ "ศูนย์แพทย์ชุมชน"
 
 

      ครที่อ่านข้อความซึ่งปรากฎใน "ข่าวการประชุมสภาเทคนิคการแพทย์ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550" ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์สภาเทคนิคการแพทย์ ( http://www.mtcouncil.org/dbweb/ file_attach/ 22Feb200753- AttachFilemeeting20_2_2_.doc) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ "ศูนย์แพทย์ชุมชน" ก็จะพบความจริงว่า

       ศูนย์แพทย์ชุมชน มีผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และทันตแพทย์ แต่ไม่มีเทคนิคการแพทย์ ประการหนึ่ง

       และ สภาเทคนิคการแพทย์ ขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ มีส่วนร่วมในการกำหนดรายละเอียดการให้บริการ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆ ในศูนย์แพทย์ชุมชนที่ว่านี้ ประการหนึ่ง

      โดยวิธีการที่สภาฯ จะผลักดันให้มีเทคนิคการแพทย์ในศูนย์แพทย์ชุมชนดังกล่าว ก็คือ "เรียนฝากผู้แทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งให้ทางกระทรวงทราบและช่วยพิจารณาดำเนินการ" !!!

     และหากติดตามข่าวในศูนย์ข่าว e-MedTecH ในวันต่อมา ก็จะพบความจริงอีกว่า ประเด็นเรื่องศูนย์แพทย์ชุมชนนี้ เป็นข้อเสนอแนะจาก "คณะอนุกรรมการการประกอบวิชาชีพ" ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 กพ.2550 ที่ผ่านมา โดยอนุกรรมการท่านหนึ่งได้หยิบข่าวซึ่งเคยเสนอผ่านศูนย์ข่าว e-MedTecH เมื่อต้นเดือนมกราคม 2550 เข้าไปหารือในที่ประชุมอนุกรรมการ แล้วเสนอความเห็นว่า สภาเทคนิคการแพทย์ควรจะมีบทบาทอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้ อันนำไปสู่ข่าวที่ว่า สภาฯ ให้ความสนใจที่จะผลักดันให้เทคนิคการแพทย์เข้าไปมีส่วนร่วมในศูนย์แพทย์ชุมชนที่กล่าวถึงข้างต้น

       ความจริงนโยบายเรื่องการยกระดับสถานีอนามัย ขึ้นเป็นศูนย์แพทย์ชุมชน ของกระทรวงสาธารณสุขนี้ มิใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2550 นี้ แต่เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2548 สมัย ฯพณฯ นายพินิจ จารุสมบัติ เป็นรัฐมนตรีว่าการฯแล้ว โดยศูนย์การแพทย์ดังกล่าวจะบริการเฉพาะตรวจรักษา เพื่อคัดกรองผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก สามารถรักษาในหมู่บ้านได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความสะดวกให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล รายใดที่มีอาการหนักก็จะประสานโรงพยาบาลในจังหวัด และส่งตัวเข้ารับรักษา โดยที่ศูนย์ดังกล่าวจะมีเครื่องตรวจคลื่นหัวใจและห้องปฏิบัติการเบื้องต้น สามารถตรวจโรคเบาหวาน ตรวจไขมันในเลือด ตรวจหาการติดเชื้อในร่างกายได้ ซึ่งศูนย์ข่าว e-MedTecH แห่งนี้ ก็เคยนำเสนอข่าว และชี้ประเด็นว่า เทคนิคการแพทย์ควรมีส่วนร่วมในศูนย์แพทย์ที่ว่านี้ด้วย เมื่อเกือบ 2 ปีล่วงมาแล้ว

       แล้วเหตุไฉน คณะอนุกรรมการการประกอบวิชาชีพ และสภาเทคนิคการแพทย์ของเรา เพิ่งจะมาตื่นตัวและหยิบเอาเรื่องนี้มาพูดกันในที่ประชุมเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมานี่เอง ขณะที่โครงการนี้พร้อมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2550 ที่จะถึงนี้แล้ว ที่สถานีอนามัยตำบลหัวไทร อำเภอบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ขณะที่อีก 20 แห่ง ก็จะทยอยเปิดตัวในเวลาถัดไปอีกไม่นาน

      ที่น่าฉงนระคนแปลกใจ ก็คือ ในห้วงเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีกรรมการสภาฯคนใด ระแคะระคายเรื่องนี้บ้างเลยหรือ ถึงไม่มีการนำไปพูดคุยหารือ ในที่ประชุมสภาฯ ในหลายๆ นัดที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่สื่อมวลชนทั่วไปก็เคยนำเสนอเรื่องนี้อย่างครึกโครม และศูนย์ข่าว e-MedTecH อันเป็นศูนย์ข่าวของชาวเทคนิคการแพทย์ ก็เคยนำเสนอแบบเน้นย้ำอย่างน้อยถึง 3 ครั้ง

      จริงอยู่ที่ "ใครบางคน" ในสภาฯ อาจจะสำเหนียกรู้เรื่องราวเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น แต่ก็เป็นเพียงการสำเหนียกรู้อย่างเป็น "ปัจเจก"อันมิได้หมายถึง "องค์คณะ"มากกว่า หากสภาฯ อันเป็นองค์คณะสำเหนียกรู้มาตั้งแต่ต้น (และไม่เป็นข่าว เพราะอ่อนประชาสัมพันธ์ตามที่ชอบอ้าง) เหตุไฉน อนุกรรมการบางท่าน จึงเพิ่งจะหยิบข่าวจากศูนย์ข่าวแห่งนี้ ไปหารือในที่ประชุม และผ่องถ่ายข้อเสนอผ่านไปยังสภาฯ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เล่า

      "ใครบางคน" ก็ยอมรับว่า การผลักดันเรื่องเหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลอ้างอิงที่เป็นทางการ มิใช่อ้างอิงจากข่าวหนังสือพิมพ์ นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า เราเพิ่งจะตื่นตัวต่อเรื่องนี้ เพราะหาก "รับรู้" และ "ตื่นตัว" มาก่อนหน้านี้เป็นปี ป่านนี้เราคงเดินหน้าไปไกลแล้ว คงมิต้องเสาะแสวงหาข้อมูลอย่างเอาการเอางาน เพื่อจะเริ่มต้นนับหนึ่งอยู่ในขณะนี้ดอก

      เราต้องไม่ลืมว่า สถานการณ์ปัจจุบันตำแหน่งในแวดวงข้าราชการของเทคนิคการแพทย์ ตีบตันลงทุกวัน พี่น้องของเราต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับการเป็นลูกจ้างชั่วคราว บางคนก็กระอักเลือดรับค่าจ้างแค่หกพันกว่าบาท หากเราสามารถที่จะผลักดันให้เทคนิคการแพทย์เข้าไปนั่งประจำศูนย์แพทย์ชุมชนที่ว่านี้ได้ ก็ช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องของเราได้ในระดับหนึ่ง

      เราต้องไม่ลืมว่า แนวคิดที่ว่า“ที่ใดมีแล็บ ที่นั่นมีเทคนิคการแพทย์” มิใช่เรื่องที่ผู้คนในวิชาชีพนี้เพิ่งจะคิด หากแต่เป็นข้อสรุปจากวงสัมมนา "การพัฒนางานเทคนิคการแพทย์ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ" ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2549 ที่ผ่านมา เป็นข้อเสนอจากวงสัมมนาในขณะที่เรื่องศูนย์แพทย์ชุมชน เพิ่งจะเริ่มต้น และไม่สุกงอมเท่าวันนี้ ทั้งๆ ที่ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แต่ก็น่าเสียดาย ที่มันเป็นแต่เพียงข้อเสนอ ที่ไม่ถูกหยิบมาผลักดันให้เห็นผลในเชิงรุก

      แน่นอนที่การผลักดันเรื่องนี้ มิใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จได้เพียงชั่วข้ามคืน หากแต่จำเป็นต้องต่อสู้เรื่องแนวคิดกับคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันอีกมายมาก ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าจะทำให้เทคนิคการแพทย์ของเรามีตำแหน่ง มีงานงานทำได้กี่คน ที่แหลมคมกว่านั้นก็คือ เทคนิคการแพทย์จะสามารถเบียดแทรก เข้าไปมีส่วนร่วมกับโครงการสำคัญๆ ของกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ต้นโดยไม่ตกขบวนรถไฟได้อย่างไร หากคิดเร็ว และชิงลงมือได้เร็ว โอกาสที่จะโหนติดไปกับขบวนรถไฟก็คงพอมีบ้าง หากคิดช้า และยิ่งทำช้า เราก็คงจะต้องตกขบวนรถไฟกันซ้ำแล้วซ้ำเล่ากันอยู่เช่นนี้

      คำถามเกิดขึ้นแน่ๆ ว่า แท้ที่จริงแล้ว สภาฯ หวังผลในทางปฏิบัติอย่างไร ในการที่จะผลักดันเทคนิคการแพทย์เข้าไปทำงานในศูนย์แพทย์ชุมชนที่ว่านี้ การเดินเข้าไปพบผู้บริหารกระทรวงโดยตรง ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับการตอบรับขนาดไหน
     
แล้วลำพังวิธีการผลักดันประเภท"เรียนฝากผู้แทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งให้ทางกระทรวงทราบและช่วยพิจารณาดำเนินการ" จะสำเร็จกระนั้นหรือ ??
 


  

 
กรวดแกร่ง ณ ธารกร้าว

กลับไปหน้าหลัก