|
เล่มแดง
เล่มน้ำเงิน เล่มกาญจนาภิเษก ฯลฯ
เล่มไหนๆ ก็"มาตรฐาน"ทั้งนั้น
|
มีข้อความที่โพสในเว็บบอร์ดของศูนย์ข้อมูลแห่งนี้หลายกระทู้ ที่แสดงความสับสนกับระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
เพราะมีหลาย "มาตรฐาน" เหลือเกิน
จะลองไล่เรียงดูอีกทีก็ได้ว่ามีกี่ "มาตรฐาน" ทั้งมาตรฐานของสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย
สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (สมป.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
(พรพ.) สำนักมาตรฐาน ISO (สรอ.) และอีกมากมายหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเล่มสีแดง
เล่มสีน้ำเงิน เล่มกาญจนาภิเษก ฯลฯ มากมายจำไม่หวาดไหวทีเดียว
นี่ยังไม่นับรวม
"มาตรฐานสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน"
และ" มาตรฐานบริการเทคนิคการแพทย์ ในสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน"
ตาม พรบ.ประกันสังคม และ พรบ.สถานพยาบาลอีกนะเนี่ย แถมยังแว่วๆ มาว่าในอีกไม่ช้าไม่นานนี้
คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสถานบริการสาธารณสุข ใน พรบ.หลักประกันสุขภาพ
ก็กำลังจะออก "มาตรฐาน" ตามมาอีกเล่ม
นี่จะไม่หมายความว่า
ห้องแล็บในประเทศไทยเรา มี "มาตรฐาน" มากที่สุดในโลกดอกหรือ
แล้วพวกเราคนทำงานในแล็บ จะยึดถือ"มาตรฐาน" เล่มใดกันเล่า
"มาตรฐาน"
แต่ละเล่มก็พยายามบอกว่า อันนี้เข้าท่า อันนี้เหมาะสม สอดคล้องกับห้องแล็บบ้านเรามากที่สุด
ที่สำคัญเมื่อทำจนผ่านการรับรองเล่มใดเล่มหนึ่งไปแล้ว จะต้องผ่านการรับรองจากเล่มอื่นๆ
จนครบทุกเล่มด้วยหรือเปล่า ถึงจะเรียกได้ว่ามี "มาตรฐาน"
เช่น ถ้าผ่านการรับรอง HA ตามมาตรฐานฉบับกาญจนาภิเษกแล้ว จะต้องขอรับรองจากเล่มแดง
เล่มน้ำเงิน หรือเล่มอื่นๆ อีกหรือเปล่า จึงจะมั่นใจได้ว่าแล็บนี้มี
"มาตรฐาน" เป็นที่น่าเชื่อถือ
การที่มี
"มาตรฐาน" มากมายหลายเล่มเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติงานย่อมมีความสับสน
ไม่แน่ใจว่าจะยึดแนวทางของมาตรฐานเล่มใดดี และเพราะความสับสนนี่เอง
แล็บที่น่าจะผ่านการรับรองก็เลยไม่ยอมผ่านเสียที ไม่ได้หมายความว่าไร้คุณภาพ
แต่เพราะมัวทำแบบสะเปะสะปะ หาเป้าหมายไม่เจอ ก็เลยไม่คืบหน้าไปไหน
หนักเข้าก็อาจจะเกิดความคิดที่เป็นปฏิปักษ์กับระบบมาตรฐานที่ว่านี้ก็ได้
ซึ่งเราจะได้ยินเสียงบ่นจากแล็บบางแห่งอยู่เนืองๆ
ก่อนที่ความสับสนเรื่องระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการของผู้ปฏิบัติงานจะมีมากขึ้น
คณะกรรมการวิชาชีพ สาขาเทคนิคการแพทย์ ในฐานะองค์กรวิชาชีพ ที่มีอำนาจตามกฎหมาย
น่าจะกำหนดนโยบายที่แน่ชัดว่าห้องปฏิบัติการทางเทคนิคการแพทย์แต่ละระดับ
ควรผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯฉบับใดเป็นอย่างน้อย ส่วนที่เหลือก็ให้ถือเป็นเกณฑ์ขั้นสูงต่อไป
พร้อมๆ กับมีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเรื่องระบบประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการ
ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มิใช่ปล่อยให้ห้องแล็บแต่ละแห่งดำเนินการกันไปตามยถากรรม
โดยไม่รู้เป้าหมายและเข้าถึงแก่นแท้ของการประกันคุณภาพอย่างที่เป็นอยู่
อย่างไรก็ตาม
หากพิจารณาวัตถุประสงค์และแก่นแท้ของมาตรฐานเล่มต่างๆ ที่ออกมาแล้ว
จะเห็นว่า มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานของห้องปฏิบัติการในแง่มุมต่างๆ
ซึ่งสุดท้ายประโยชน์ก็จะตกแก่ผู้รับบริการจากห้องปฏิบัติการ ทั้งแพทย์
และผู้ป่วย ที่จะได้รับการบริการที่ดี มีคุณภาพมาตรฐาน ฉะนั้น ไม่ว่าแล็บจะดำเนินการโดยยึดมาตรฐานฉบับไหนก็ตาม
ก็ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ การพิจารณาว่าจะใช้มาตรฐานเล่มใด
ก็ควรดูศักยภาพของห้องปฏิบัติการและของโรงพยาบาล ประโยชน์และความคุ้มค่า
ความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน โดยจะต้องคำนึงถึง "ระบบบริหารองค์กร"
และ "ความสามารถขององค์กร" ประกอบด้วย
สิ่งที่น่าจับตามมองต่อไปก็คือ
ในส่วนของคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสถานบริการสาธารณสุข ตามพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ซึ่งมี ทนพญ.คมเนตร เตียงพิทยากร เป็นผู้แทนเทคนิคการแพทย์ จะกำหนดมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางเทคนิคการแพทย์ออกมาอย่างไร
แต่ไม่ว่าจะกำหนดมาตรฐานออกมาแบบไหน ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง ที่แล็บที่ได้เนินการตามมาตรฐานเล่มต่างๆ
มาแล้ว จะเพิ่มเติมหรือปรับให้เข้ากับมาตรฐานเล่มใหม่ได้โดยไม่ยากนัก
เว้นเสียแต่ว่า แล็บนั้นๆไม่ได้ดำเนินการตามมาตรฐานเล่มใดๆ มาก่อนเลย
ก็อาจจะวุ่นวายสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก และคงจำเป็นต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
มิฉะนั้นแล้วก็อาจจะไม่สมศักดิ์ศรีของการเป็น "เทคนิคการแพทย์"
ในประเทศนี้ก็เป็นได้
|