กว่าจะถึงฝั่งฝัน..สภาวิชาชีพ
|
เป็นที่น่ายินดีเหลือเกิน
ที่บัดนี้ พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พศ.2547 ของเรา มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างสมบูรณ์แล้ว
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 65 ก วันที่
22 ตุลาคม 2547 ซึ่งทำให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม
2547 เป็นต้นไป นั่นเท่ากับว่า ความฝันที่จะมีสภาวิชาชีพของเราได้บรรลุเป็นจริงแล้ว
แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เราได้ผ่านปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มามากมายกว่า
5 ปี ซึ่งบางครั้งก็ริบหรี่ จนแทบจะไม่เหลือความหวัง ศูนย์ข้อมูล e-MedTecH
จะขอลำดับเหตุการณ์เกี่ยวกับร่าง พรบ.วิชาชีพฯ มาเสนอให้ทุกท่านได้ทราบ
เพื่อบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของวิชาชีพเรา ดังนี้
มิถุนายน 2541
สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสภาคณบดีสถาบันผู้ผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย
ยกร่าง "พระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ
.." ขึ้นมา
ด้วยวัตถุประสงค์หลักคือให้มี "สภาเทคนิคการแพทย์" และเสนอผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเป็นลำดับ
ก่อนหน้านี้ความพยายามในการผลักดันให้ "เทคนิคการแพทย์" เป็น
"วิชาชีพ" มีมานานแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า ปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีทางด้านเทคนิคการแพทย์
ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นอันมาก ส่งผลให้มีการพัฒนาการทดสอบใหม่ๆ เพื่อใช้ในการประกอบโรคศิลปะในสาขาเทคนิคการแพทย์ขึ้นจำนวนมากมาย
ประกอบกับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น การประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเทคนิคการแพทย์
ที่อยู่ในความควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ซึ่งมีคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
ทำหน้าที่ควบคุมการประกอบโรคศิลปะสาขาต่างๆ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณ
อาจไม่คล่องตัวเท่าที่ควร ดังนั้นเพื่อให้การประกอบโรคศิลปะ สาขาเทคนิคการแพทย์
ดำเนินการได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสามารถควบคุมและส่งเสริมการดำเนินงานได้อย่างอิสระ
คล่องตัว ปกป้องผู้รับบริการจากการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้
อันเป็นภัยและเกิดความเสียหายแก่ประชาชนซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่มารับบริการ
จึงสมควรแยกการควบคุมการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ออกจากอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
โดยจัดตั้ง "สภาเทคนิคการแพทย์" ขึ้น ทำหน้าที่ควบคุมและส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย
์แทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเสีย
25
ธันวาคม 2544
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น
ลงนามในหนังสือเสนอให้มีการจัดตั้ง สภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด
ก่อนส่งให้คณะกรรมการกลั่นกรอง พิจารณานำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
มีนาคม
2545
คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 (คกก.4) ได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
พ.ศ. .... (ให้มีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ เพื่อรองรับการจัดตั้งสภาเทคนิคการแพทย์)
และร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. .... (ให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
เพื่อรองรับการจัดตั้งสภากายภาพบำบัด) ทั้ง 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ
และเห็นชอบให้นำเรื่องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้
2
เมษายน 2545
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติตามมติ คกก.4 และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา
โดยรับข้อสังเกตของทบวงมหาวิทยาลัยไปพิจารณา ด้วย
13
พฤษภาคม 2546
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ส่งร่าง พระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
พ.ศ
. ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา
ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา
ต้นสิงหาคม
2546
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
พ.ศ.
. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ.
.ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ
(ฉบับที่ ..) พ.ศ.
. และร่างพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ ..)
พ.ศ.
. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ เข้าในระเบียบวาระการประชุมเรื่องด่วนในลำดับที่
๑๘-๒๑ ตามลำดับ
ปลายสิงหาคม
2546
สภาผู้แทนราษฎร ผ่านความเห็นชอบร่าง พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ
ในวาระที่
1
ตุลาคม
2546
คณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พรบ.วิชาชีพฯ เพื่อแปรญัตติ
ในวาระที่ 2 โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องให้ข้อเสนอแนะต่อกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา
ซึ่งมีความเคลื่อนไหวของเทคนิคการแพทย์บางส่วน ให้ข้อเสนอแนะเรื่องการแก้ไข
ร่าง พรบ.วิชาชีพฯ ไปยังประธานคณะกรรมาธิการด้วย แต่การพิจารณายังไม่เสร็จสิ้น
ก็ปิดสมัยประชุมเสียก่อน
18
มกราคม 2547
สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย กำหนดเปิดเสวนาเรื่องร่าง พรบ.วิชาชีพฯ
เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะประกอบการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งเป็นการจัดเสวนาเพื่อรับฟังความเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพ
เป็นครั้งแรก นับแต่ยกร่างขึ้นมา
ต้นกุมภาพันธ์
2547
สภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พรบ.ที่ค้างไว้ในสมัยประชุมที่แล้ว
ซึ่งกรรมาธิการ ได้เชิญตัวแทนสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย เข้าชี้แจงในรายละเอียดของร่าง
พรบ. ด้วย
31 มีนาคม 2547
สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านการพิจารณา
ในวาระที่ 2 และ 3 หลังจากที่รอการพิจารณามานานเกือบเดือน ขั้นตอนต่อไปกฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา
ซึ่งระหว่างนี้วุฒิสภาได้ตั้งคณะทำงานศึกษากฎหมายฉบับนี้ โดยได้เชิญผู้แทนจากสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย
เข้าชี้แจงในประเด็นข้อสงสัยหรือข้อสังเกตต่างๆ ถึง 2 ครั้ง
9 เมษายน
2547
วุฒิสภาได้บรรจุการพิจารณาร่าง
พรบ.ที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบแล้ว ในระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่
18 (สมัยสามัญทั่วไป)
19
เมษายน 2547
วุฒิสภาพิจารณา
ร่าง พรบ.วิชาชีพฯ และลงมติในวาระที่ 1 รับร่างฯ ไว้พิจารณา พร้อมกับแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา
จำนวน 25 ท่าน ซึ่งในจำนวนนี้มี ผศ.ทนพ.สมชาย วิริยะยุทธกร นายกสมาคมฯในขณะนั้น
ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการด้วย
24-25 พฤษภาคม 2547
วุฒิสภา
พิจารณาร่าง พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ในวาระที่ 2 เริ่มต้นด้วยชื่อร่าง
คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบมาตรา 13 จากนั้นประธานของที่ประชุมได้สั่งให้เลื่อน
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ไปพิจารณาต่อในการประชุมวุฒิสภา
ครั้งที่ 30 (สมัยสามัญทั่วไป) ในวันที่ 25 พ.ค. 2547 และได้ผ่านความเห็นชอบในวาระที่
2 และ 3 ในการประชุมดังกล่าว โดยวุฒิสภาได้แก้ไขถ้อยคำบางประเด็นเล็กน้อย
คณะกรรมาธิการสาธารณสุข
วุฒิสภา ได้พิจารณาประเด็นคำจัดความวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ในมาตรา3
เกี่ยวกับบทนิยาม และได้ตั้งข้อสังเกต ในกรณีการระบุข้อปฏิบัติ และข้อห้ามของผู้ประกอบวิชาชีพ
เทคนิคการแพทย์ ไม่ควรลงในรายละเอียดในร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งไม่มีความยืดหยุ่น
เห็นควรกำหนดไว้ในกฎทรวงฯ หรือระเบียบข้อบังคับ นอกจากนี้ควรให้มีการพิจารณาในมาตรา
3 ว่าด้วย บทนิยาม มาตรา 7 ว่าด้วยวัตถุประสงค์แห่งสภาเทคนิคการแพทย์
และมาตรา 22 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ให้มีความสอดคล้องกัน
เมื่อวุฒิสภา
ผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 2 และ 3 แล้ว ได้ส่งร่าง พรบ.ฯ กลับไปให้สภาผู้แทนราษฎร
พิจารณาอีกครั้ง แต่สภาผู้แทนราษฎร ปิดสมัยการประชุมเสียก่อน จึงพิจารณาไม่ทัน
ต้นสิงหาคม 2547
สภาผู้แทนราษฎร
เปิดประชุม ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญนิติบัญญัต)ิ และบรรจุร่าง พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์
เข้าพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ลำดับที่ 18 ในวันที่ 4 สิงหาคม 2547
25 สิงหาคม 2547
สภาผู้แทนราษฎร
ได้เห็นชอบด้วยกับ ร่าง พรบ.วิชาชีพฯ ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา
175(3) ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
ตุลาคม 2547
รัฐบาล
นำ ร่าง พรบ.วิชาชีพฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายดังกล่าว
22 ตุลาคม 2547
ส่วนงานราชกิจจานุเบกษา
สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้นำ พรบ.วิชาชีพฯ ที่ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม
121 ตอนพิเศษ 65 ก
เป็นอันว่า
เส้นทางเดินอันยาวไกลของ ร่าง พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ของเรา ได้มาถึงจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ก็คือ "สภาเทคนิคการแพทย์"
ซึ่งจะต้องมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาวิชาชีพเข้าไปดำเนินการ สภาวิชาชีพชุดแรกของเราจะเป็นอย่างไร
จึงขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะเลือกใครมาเป็นคณะกรรมการ และการเลือกตั้งครั้งนี้
มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อวงการเทคนิคการแพทย์ไทย ชนิดที่ต้องจับตามองแบบไม่กระพริบตาทีเดียว
ประมวลข่าวเกี่ยวกับ
พรบ.วิชาชีพฯ
ท่านอยากเห็น
สภาวิชาชีพชุดแรกของเรา เป็นอย่างไร ?
ร่วมแสดงความเห็นได้ที่นี่

|